The Islands' Guardian

  • Home
  • The Islands' Guardian

The Islands' Guardian ISG -The Islands Guardian - สำนักข่าวชาวเกาะ ข่าว สาร?

12/11/2025

◉ 4 ประเด็นที่น่าจับตามอง
จากงานประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (COP) ครั้งที่ 30
เริ่มไปแล้วกับการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 30 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า COP30 ณ เมืองเบเลง ประเทศบราซิล จะจัดขึ้นเป็นวันแรก สำหรับผู้อ่านที่ไม่ได้ติดตามหรือพึ่งจะได้ยินชื่อการประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก อธิบายคร่าว ๆ ได้ว่าการประชุมนี้คือการประชุมระดับโลกที่จัดขึ้นทุกปี (จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2538 ที่เยอรมัน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกในทุก ๆ มิติ
ถ้าให้ยกตัวอย่างเนื้อหาการประชุมก็เช่น การติดตามเป้าหมายที่ทุกประเทศสัญญาร่วมกันในการป้องกันไม่ให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น, การหาแนวทางในการสนับสนุนทุนแก่ประเทศที่กำลังพัฒนาที่จะรักษ์โลก หรือแม้แต่การหารวิถีปฏิบัติและหาตัวชี้วัดว่าทุกประเทศกำลังมาถูกทางในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ
คือการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญต่อความเป็นไปของโลกในวันข้างหน้ามาก ๆ และสะท้อนให้เห็นว่าพลเมืองโลกกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาโลกของเราไว้ให้ลูกหลานในอนาคต (ถ้ารู้แบบนี้แล้วทำไมเราจะไม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลกหละ)
การประชุมครั้งที่ 30 ที่จัดขึ้นที่เมืองแห่งลุ่มน้ำแอมะซอนครั้งนี้ มีประเด็นอะไรบ้างที่น่าจับตามอง Environman จะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย
➊ Climate Finance เครื่องมือทางการเงินที่ยังไม่เพียงพอ ?
:
การประชุมครั้งก่อนหน้าที่อาเซอร์ไบจานมีการกำหนดเป้าหมายทางการเงินใหม่ร่วมกัน โดยเป็นการระดมทุนคิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อที่จะเอาเงินตรงนี้ไปสนับสนุนแก่ประเทศที่กำลังพัฒนาในการทำโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับมิติของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งการรับมือและการแก้ปัญหาระยะยาว
ทว่าหลังจบการประชุม เข้าสู่ปี พ.ศ.2568 ตัวเลขเงินที่ตกลงกลับไม่เพียงพอต่อความต้องการของบรรดาประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่ว่าจะจากสถานการณ์โลกรวนที่มีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น หรือแม้แต่ต้นทุนในการดำเนินงานทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ดังนั้นหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตามองในการประชุมครั้งนี้คือเรื่องของตัวเลขการระดมทุนใหม่ ที่อาจจะต้องปรับให้สูงขึ้น เพราะว่าหากหัวข้อการสนทนานี้ไม่เกิดขึ้น ไม่มีการพูดคุยเรื่องการปรับตัวเลขเงินระดมทุน ประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีทุนทรัพย์ก็จะประสบปัญหาในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
,
มีข้อมูลว่าในบรรดาประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอินเดีย ล้วนเป็นกลุ่มประเทศที่มีเงินที่ลงทุนด้านพลังงานสะอาดไหลเข้ามา และประเทศเหล่านี้ย่อมสามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้แน่นอนไม่มากก็น้อย กลับกันประเทศที่กำลังพัฒนาไม่มีแม้แต่เงินทุนที่เพียงพอที่จะนำไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (แค่นำเงินไปรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นภายในประเทศก็เป็นเม็ดเงินมหาศาลแล้ว)
ด้วยเหตุนี้ หัวข้อเครื่องมือทางการเงินอย่าง Climate Finance จึงสำคัญและน่าจับตามองอย่างมาก
➋ NDCs plans แผนงานช่วยโลกของแต่ละประเทศที่ต้องจับตามอง
:
สืบเนื่องจากความตกลงปารีสที่ทำให้แต่ละประเทศทั่วโลกต้องมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก NDC ก็คือแผนที่ว่านั้นที่แต่ละประเทศต้องระบุเป้าหมายและมาตรการให้ชัดเจนว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไร
ทว่าจากการงายงานของ ‘สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (IISD) กลับพบว่าแผนการดังกล่าวมีเพียง 2-3 ประเทศเท่านั้นที่ส่งตรงตามกำหนดเวลาเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลายประเทศมีการส่งแผนที่ล่าที่ช้า
ดังนั้นประเด็นที่น่าจับตามองต่อมาคือ ในการประชุมครั้งนี้แผนการที่ว่าของแต่ละประเทศมีการส่งเข้ามาครบแล้วหรือยัง และแผนที่ส่งเข้ามาของแต่ละประเทศมีความทะเยอทะยาน จริงจัง และเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติมากแค่ไหน
นอกจากจะต้องระบุเป้าหมาย ยังต้องระบุแผนอีกด้วย โดยของไทยเราแบ่งแผนออกเป็น 3 ระดับ ที่บูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลายส่วน เช่น กระทรวงพลังงาน, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น (อ่านรายละเอียดแผนของไทยได้ที่อ้างอิง)
การประกาศแผนงานเหล่านี้ไม่ใช่แค่แผนบนกระดาษ แต่ยังจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วย ขอยกตัวอย่างประเทศไทยบ้านเราอีกครั้ง
ล่าสุดรัฐบาลพึ่งประกาศแผนที่จะลงทุนในด้านของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะ การประกาศแผนลักษณะนี้จะช่วยให้ประเทศไทยมีแต้มต่อในเวทีโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ และยังดึงดูดการลงทุนสีเขียวจากทั่วโลก
เท่ากับว่าหากประเทศใดมีเป้าหมาย และมีแผนที่ชัดเจนที่พร้อมประกาศบนเวทีการประชุมระดับโลก ย่อมได้เปรียบอย่างมากในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลให้ไหลเข้ามาในประเทศ เมื่อมีเงินไหลเข้ามาในประเทศก็จะเกิดการจ้างงาน ผู้คนในประเทศนั้น ๆ ก็จะมีงานทำ มีเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจ ดังนั้นวาระนี้จึงน่าจับตามองอย่างมาก (มุมหนึ่งก็เหมือนการ Pitching เสนอขายไอเดียทางธุรกิจ แก่นักลงทุนทั่วโลก)
➌ ตัวชี้วัด “จากหลักพัน” สู่ “หลักร้อย”
:
หนึ่งในความท้าทาทายสำคัญของการทำให้โลกดีขึ้นคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโลกเราดีขึ้นจริง ? ตัวชี้วัดจึงเข้ามามีบทบาทและทำหน้าที่สำคัญในส่วนนี้ ทว่าการจะวัดความคืบหน้าที่เกี่ยวกับโลกย่อมซับซ้อนเป็นธรรมดา ทำให้ตัวชี้วัดมีถึง “หลักพัน” ตัวชี้วัด
ทว่าจากการรายงานของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระบุว่าตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังหารือที่จะปรับตัวชี้วัดให้เหลือแค่ “หลักร้อย” ตัวเท่านั้น ! การประชุมครั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญจากนานา ประเทศคงได้มานั่งถกกันแน่ว่าจะเห็นด้วยกับตัวชี้วัดใหม่ที่อาจมีการนำเสนอหรือไม่ และวาระนี้น่าจับตามากกว่าที่คิด
เนื่องจากหลายประเทศ หลายองค์กร ต่างกำหนดนโยบายและแผนการปฏิบัติเพื่อที่จะทำให้องค์กร/ประเทศนั้น ๆ สอดรับกับดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่โลกเรามี แต่หากมีการปรับลดตัวชี้วัดลงมา เท่ากับว่านโยบายที่องค์กรเราเคยประกาศ มาตรการที่ประเทศเราเคยส่งเสริมอาจจะต้องถูกโละทิ้งไป และทดแทนด้วยนโยบายใหม่ ๆ มาตรการใหม่ ๆ ให้สอดรับกับดัชนีชี้วัดใหม่ กลายเป็นว่าเราเองในฐานะคนตัวเล็กก็จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไปด้วย
➍ อนาคตของป่าเขตร้อน ที่คนไทยอาจก้าวขึ้นมามีบทบาทในอนาคต
:
ปัจจุบันป่าเขตร้อนที่เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนมากที่สุดของโลกกำลังกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกรุกรานและทำให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เหมือง พลังงานคาร์บอน ฯลฯ เห็นได้จาก บราซิล อินโดนีเซีย และคองโก ทั้ง 3 ประเทศมีการปล่อย CO2 จากการตัดไม้เพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากที่สุดราว 60% ของโลก
ประจวบเหมาะกับที่การประชุม COP30 ครั้งนี้จัดขึ้นที่บราซิล เมืองแห่งลุ่มน้ำแอมะซอน ทำให้ประเด็นที่เกี่ยวกับการป้องกันป่าเขตร้อนต้องถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงเป็นแน่
เพราะหากไม่มีแผนการที่เข้มงวด ไม่มีเครื่องมือสนับสนุนและป้องกันการรุกรานป่าเขตร้อน พื้นที่ที่เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนจะค่อย ๆ หายไป ซึ่งประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในการผลักดัน ‘การจัดตั้งพันธมิตรป่าไม้เขตร้อนระหว่าง แอมะซอน-คองโก-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ การผลักดันการจัดตั้งพันธมิตรนี้จะนำโอกาสทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและบทบาทบนเวทีโลกแก่ประเทศไทยแน่นอน
และทั้งหมดนี้คือประเด็นที่น่าจับตามองในการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 30 ณ เมืองเบเลง ประเทศบราซิล

12/11/2025
Green Island(s) หนึ่งใน 7 เป้าหมาย ของ Thailand Green Tourism Plan2030ท้าทายไม่น้อย  แต่เชื่อมั่นว่า  #เครือข่ายเกาะยั่ง...
09/11/2025

Green Island(s) หนึ่งใน 7 เป้าหมาย ของ Thailand Green Tourism Plan2030

ท้าทายไม่น้อย แต่เชื่อมั่นว่า #เครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย จะค่อยๆ เดินไปถึงเป้าหมายได้

เพราะเกาะไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยว แต่เปนบ้าน และที่ทำมาหากินของหลายชีวิต และ…เลี้ยงดูประเทศไทย

#การท่องเที่ยวเกาะยั่งยืน

ตัวอย่างเป้าหมายและบทบาทของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมวางหมุดหมายการมีส่วนร่วมในโครงการ Thailand Green Tourism Plan 2030 เพื่อส่งเสริมให้การก้าวสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทยเกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ขอขอบพระคุณ 50 หน่วยงาน Committed Partners ที่ร่วมมือกันทำหน้าที่ และเข้าร่วม Workshop ภายใต้โครงการนี้

ในปีหน้า โครงการนำร่อง 7 โครงการ ที่ใช้โมเดล Cross-Sector Collaboration กำลังจะเกิดขึ้น
ฝากทุกท่านติดตาม และร่วมเดินทางไปกับเรา 😊


#กรมการท่องเที่ยว


เริ่มวางแผนเพื่อ Kick -Off กิจกรรมเก็บขยะพร้อมกัน 30 เกาะ [30+Islands Clean Up: So Cool Mission] ปีที่ 2 แล้วนะ…
17/10/2025

เริ่มวางแผนเพื่อ Kick -Off กิจกรรมเก็บขยะพร้อมกัน 30 เกาะ [30+Islands Clean Up: So Cool Mission] ปีที่ 2 แล้วนะ…

06/10/2025

ความหวังและเพื่อนของชาวเกาะ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง...ตับมือทำภารกิจดูแลทรัพยากรทะเลและเกาะกันต่อไป 23 ปียังมีแรงอีกเยอะ!!!

05/10/2025

เสียงคนเกาะพะงัน (2)

การยึดครองพื้นที่เกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานีตามที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดคนเกาะพะงันให้ข้อมูลเพิ่มเพิ่มเติม

“นอกจากศรีธนู ก็จะมีสนามฟุตบอลบ้านในสวนติดกับปางช้าง ทางไปน้ำตกแพง 95%เป็นชาวอิสราเอล เจ้าของเป็นชาวอิสราเอล มีเด็กอิสราเอล 200คน คิดว่ามีครอบครัวอิสราเอลกี่ครอบครัวที่มาปักหลักในเกาะพะงัน แทบจะเป็นชุมชนนึง

รวมถึงการทำกิจกรรมเป็นภาษาฮิบรู(อิสราเอลแบบชัดเจน) รวมถึงศูนย์เด็กเล็กบนเกาะพะงันอีก ราชการควรตรวจสอบและผลักดันกลับประเทศ เสน่ห์ของเกาะหมดไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่าทำให้ต่างชาติอื่นๆที่มีคุณภาพเทียบกับเมื่อก่อนลดลงไปเรื่อยๆ และเศรษฐกิจแย่ เพราะ อิสราเอลก็จะอุดหนุนกันเองขายที่ดินกันเอง

อิสราเอลที่มีกิจการรถเช่าอีกด้วยที่เคยเป็นข่าวผิดกฎหมาย อิสราเอลพวกนี้ภาษีก็ไม่จ่าย ประกันสังคมก็ไม่จ่าย เห็นแล้วน่าเสียดายพื้นที่ท่องเที่ยวไทย อ.ปาย สมุย พะงัน เสน่ห์ที่เคยมี”

#สื่อเถื่อน #อิสราเอล #อิสราเอลบนเกาะพะงัน

เกาะไทย กี่เกาะ ที่กำลังถูก ‘กลืนชาติ’เกาะพงัน…แล้วหนึ่ง!!!
05/10/2025

เกาะไทย กี่เกาะ ที่กำลังถูก ‘กลืนชาติ’
เกาะพงัน…แล้วหนึ่ง!!!

เสียงคนเกาะพะงัน

ด้วยสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาปักหลักตั้งถิ่นฐานบนเกาะพะงัน จำนวนมาก และสร้างปัญหาให้กับชุมชนเกาะพะงัน“-Kaii Kpg-” คนเกาะพะงันจึงชวนกันขบคิดว่าจะมีทางออกอย่างไร เห็นด้วยเห็นต่างหรือข้อเสนออย่างไร เข้ามาช่วยกันให้ความเห็นเพื่อจะได้ทางออกที่ดี

“ ถึงเวลาแล้วรึยังว่าเราต้องลุกขึ้นมาปกป้องเกาะแห่งนี้จากการถูกกลืนแผ่นดิน!

ผมได้มีโอกาสได้ถิ่นฐานย้ายมาอยู่ที่เกาะพงันหลายปีแล้ว ผมรักในความสงบ รักในธรรมชาติ ชุมชนโยคะ ในความหลากหลายผสมผสานของหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายวัฒนธรรม

แต่ในตลอดช่วง 3 ปีทีผ่านมา หลายๆท่านคงเห็นได้ว่าเกาะพงันอันเป็นที่รักและหวงแหนของพวกเรา และลูกหลานเราทุกคน ได้มีการเป็นแปลงไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีชาติใดชาติหนึ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวอิสราเอล ที่ได้เข้ามาตั้งรกรากมาอยู่บนเกาะของเรา นับหลายร้อยครอบครัว หลายพันคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุการณ์สงครามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

แต่ในขณะเดียวกัน เราได้ยินเสียงบ่น จากหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พฤติกรรม และ ทัศนคติ โดยส่วนใหญ่(ไม่ใช่ทั้งหมด) ของนักท่องเที่ยวจากชาตินี้

แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในปัจจุบัน คนอิสราเอลได้เข้ามาในเกาะพงัน แบบที่เรียกได้ว่าแทบจะยึดครอง

ใช้นอมินีซื้อที่ติดทะเล ซื้อภูเขาเป็นลูกๆ ตัดต้นไม้

ติดสินบนเจ้าหน้าที่ ก่อสร้างผิดกฏหมาย ขายคนชนชาติเดียวกันเอง
ทำลายป่าหลายสิบไร่ติดกับอุทยานแห่งชาติ เพื่อสร้างลานปาร์ตี้
สร้างธุรกิจกันเอง ทำกันเอง อุดหนุนกันเอง

โดยหลายๆครั้ง ไม่มีเม็ดเงินและผลประโยชน์กลับมากับคนไทย แม้แต่น้อย (ไม่แน่ใจว่าได้จ่ายภาษีหรือไม่)

ในช่วงสงครามในฉนวนกาซาที่รุนแรงขึ้นที่ผ่านมา ทำให้นั่งท่องเที่ยวชาวอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทหารก่อนออกศึก และ ทหารผ่านศึก ได้ใช้เกาะพงัน เป็นที่เข้ามาปลดปล่อยที่นี่

ก่อนออกไปออกสงครมา ได้เงินมาก้อนนึง ก็มาใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงที่นี่ (ดังที่ได้เห็นพฤติกรรมการเป็นการทั่วไป)

ทหารผ่านศึก ที่ผ่านสงครามมา ก็มีศูนย์เยียวยาจิตใจที่นี่

นี่ยังไม่รวมไปถึง พฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับของคนไทย และ นานาชาติ เช่น ขี้โวยวาย หาเรื่องตุกติกไม่จ่ายเงินในหลายๆครั้ง, ตลอดไปจนกระทั่ง ไม่มีการเคารพกฏของการอยู่ร่วมกัน เราเห็นได้อย่างชัดเจนใจศรีธนู ว่าอยากจะจอดรถตรงไหนก็จอด อยากจะหยุดรถตรงไหนก็หยุด

ในบ้านศรีธนู ได้กลายเป็น Tel Aviv ย่อมๆ

มี Chabad ศูนย์การชุมชนวัดยิว ที่ทำเป็นกระบวนการมาแจกอาหาร และทำพิธีสำหรับยิว โดยเฉพาะ ซึ่งแหล่งนี้ ได้เป็นศูนย์กลางของ ชุมชนชาวยิวที่ย้ายมาใหม่

รวมไปถึง บริษัททัวร์ ที่ตั้งมาเพื่อ พาคนอิสราเอลใหม่ๆ เข้ามาที่เกาะ โดยเฉพาะ รวมไปถึงการช่วยเหลือในการโยกย้ายเข้ามาในเกาะพงัน

โรงเรียนนานาชาติ ที่เป็นของคนอิสราเอลกันเอง มีนักเรียนกว่า 90% เป็นชาวอิสราเอล

ปัจจุบันนายทุนชาวอิสราเอลเหล่านี้ ได้เข้ากว้านซื้อภูเขาเป็นลูกๆ ที่ดินนับร้อยนับพันไร่

คนไทย ไม่มีที่จะอยู่ ข้าวของ ค่าเช่า แพงขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งในปัจจุบัน ปัญหานี้ได้เกิดขึ้นหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่หินกอง-ศรีธนู-โฉลกหลำ และไม่มีทีท่าที่จะชะลอขึ้นแต่อย่างใด ในขณะนี้ ที่การเมืองโลกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ หลายๆชาติ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป) ได้เริ่มที่จะย้ายออกจากเกาะพงัน และไม่มาท่องเที่ยวที่เกาะพงันอีกต่อไป จากเหตุผลดังกล่าว และจะเป็นผลเสียอันใหญ่ยิ่งสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวในเกาะพงัน

ขอย้ำอีกครั้ง
เราไม่มีปัญหาอะไร กับชนชาติใดชนชาติหนึ่งโดยเฉพาะ หากมีนักท่องเที่ยวมาที่เกาะพงัน ย่อมดีต่อเศรษฐกิจบนเกาะและวิถีผู้คนบนเกาะ แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องห้าม “ขายชาติ” รับเงิน รับกำไรในระยะสั้นๆ แต่ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ และ การท่องเที่ยวของเกาะ และลูกหลานของเราในระยะยาว
เกาะพงันเป็นสถานที่พิเศษ บรรพบุรุษของเราเลือกที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากที่นี่

พื้นที่เกาะของเรานี้ ไม่ใหญ่มาก เป็นพื้นที่ศักสิทธิ์ อันเป็นที่รักของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่5 ของเรา ผู้ซึ่งเคยเสด็จพระประพาส มากถึง "14 ครั้ง" ในกว่า 150 ปีก่อน

เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่า นักจาริกจากทั่วโลก เดินทางมายังที่แห่งนี้มากว่า 30 ปี

เราควรจะอนุรักษ์เอาไว้ เป็นพื้นที่อยู่ พื้นที่ทำกินของลูกหลานของเรา อย่าให้ถูกกลืนชาติ และ ถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา

เราจึงมีความคิดในการทำแบบฟอร์มสำรวจข้อคิดเห็น แบบฟอร์มนี้ขึ้นเพื่อรวบรวมความคิดเห็นในปัญหานี้ เพื่อเอาหาวิธีการในการจัดการแก้ไข และสะท้อนปัญหานี้ ไปยังผู้มีอำนาจต่อไป

หากเพื่อนพื่น้องชาวเกาะพงันท่านใด ได้ประสบถึงปัญหาแบบเดียวกัน รบกวนเข้ามาช่วยแจ้งกันได้ ในแบบฟอร์มนี้ นะครับ

https://forms.gle/M11nNYyRoUQP96Ao9

ติดตามข่าวสารเกาะพะงัน

https://www.facebook.com/share/19UAizKRAg/?mibextid=wwXIfr

ฝากแชร์กันไปด้วยครับ
ขอบคุณครับ 🙏”

#สื่อเถื่อน #เกาะพะงัน #ทวงคืนเกาะพะงัน -

🌿✨ The Islands’ Guardian ขอร่วมแสดงความยินดีกับ Thailand Green Coach Junior รุ่นที่ 1ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายเกาะยั่งยืนป...
03/10/2025

🌿✨ The Islands’ Guardian ขอร่วมแสดงความยินดีกับ Thailand Green Coach Junior รุ่นที่ 1

ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย คนทำงานบนเกาะตัวจริงที่ลุกขึ้นมาร่วมเรียนรู้ เติมพลังความรู้สีเขียวให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้แก่
• คุณโอ๊ะ- ธีระพจน์ กษิรวัฒน์ จากเกาะลันตา
• คุณเก๋- รัฎดา ลาภหนุน จากเกาะเต่า
• คุณหมู-จินตมาศ ศิลปพรหมมาศ จากมูลนิธินิเวศวิถี

โครงการ Thailand Green Coach ที่ทาง #กรมการท่องเที่ยวยว ร่วมกับศูนย์ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืนประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ปลุกปั้นขึ้นมา เป็นเสมือนการวางรากฐานให้พวกเรามี “อาวุธความรู้” ที่จะใช้ดูแลเกาะ บ้าน และทะเลของเราให้แข็งแรงขึ้นทุกวัน

เมื่อมองย้อนกลับไปยัง ปฏิญญาเกาะเต่าที่เราร่วมกันประกาศไว้เมื่อสองปีก่อน วันนี้เรากำลังเห็นก้าวเดินเล็ก ๆ แต่จริงใจ กำลังต่อยอดเป็นก้าวที่มั่นคง เพื่อให้การท่องเที่ยวเกาะของไทยยั่งยืนได้จริง

และในโอกาสนี้ ขอแสดงความยินดีกับ เกาะลันตา และ เกาะช้าง 🎉 ที่เพิ่งคว้ารางวัล Top 100 Global Green Destination 2025 มาครองด้วยกันอีก ถือเป็นสัญญาณดีว่า… เมื่อเราเติมอาวุธความรู้ให้กับเครือข่ายเกาะของเราแล้ว วันข้างหน้าความยั่งยืนจะไม่ใช่เพียงคำพูด แต่จะกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ 🌊💚

28/08/2025

การจัดการขยะขวดแก้วบนเกาะพยาม ผ่านก่ารสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยวิทยาลัยชุมชนระนอง

  Islands Clean-up  +IslandsClean-Up  กรมทช. กรมการท่องเที่ยว สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับ ผู้แทนเครือข่ายเกาะยั่งยืนประ...
26/06/2025

Islands Clean-up +IslandsClean-Up

กรมทช. กรมการท่องเที่ยว สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับ ผู้แทนเครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย ทั้งสามกลุ่มเกาะ ลงนาม "เพื่อการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โฟมและหลอดพลาสติก" ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากวันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) ที่ผ่านมา

น่าติดตามว่าจะเกิดขึ้นอะไรนับจากนี้!!!

เราอยากเห็นอะไรภายใต้ MOU นี้

ลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิิง
ลดการใช้โฟม
ลดการใช้หลอดพลาสติก

ในพื้นที่เกาะ 30+ แห่ง
ทำอย่างไรให้เกิดได้เป็นรูปธรรมจริง...???


#เครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย

21/06/2025

● SDG News ●
การประชุม UNOC3 รวมผู้นำกว่า 60 ประเทศถกอนาคตมหาสมุทร เดินหน้าคุ้มครองทะเลลึก-แนวปะการัง-ลดขยะพลาสติก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยมหาสมุทรครั้งที่ 3 (UNOC3) ณ เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน พร้อมด้วยผู้นำรัฐบาลกว่า 60 ประเทศ เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามกลไกพหุภาคีในการปกป้องและอนุรักษ์มหาสมุทร ทั้งในประเด็นสนธิสัญญาทะเลหลวง พื้นที่คุ้มครองทางทะเล การทำเหมืองใต้ทะเลลึก แนวปะการัง และมลพิษจากพลาสติก
#การอภิปรายในการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ประเด็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีความคืบหน้าในหลายด้าน ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญ ได้ดังนี้

◼สนธิสัญญาทะเลหลวง (High Seas Treaty) แม้ปัจจุบันจะมีถึง 136 ประเทศที่ลงนามในข้อตกลงสนธิสัญญาทะเลหลวง แต่ยังต้องการอย่างน้อย 60 ประเทศที่ให้สัตยาบันในสนธิสัญญา เพื่อให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

◼พื้นที่คุ้มครองทางทะเล ล่าสุดหมู่เกาะเฟรนช์โปลินีเซีย ได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5 ล้านตารางกิโลเมตร ทำให้จากพื้นที่ทั้งหมดนี้จะมีประมาณ 1.1 ล้านตารางกิโลเมตร ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบ

◼การทำเหมืองใต้ทะเลลึก สัปดาห์ที่ผ่านมามีเพิ่มเติมอีก 4 ประเทศ ที่ประกาศสนับสนุนการระงับหรือชะลอการทำเหมืองใต้ทะเลลึก ส่งผลให้ขณะนี้มีประเทศที่เรียกร้องให้ระงับกิจกรรมดังกล่าวรวมเป็น 37 ประเทศ ซึ่ง Emmanuel Macron ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ได้ประณามการทำเหมืองใต้ทะเลลึกและเรียกร้องให้มีการระงับกิจกรรมดังกล่าวทั่วโลก เพื่อตอบโต้ต่อนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ - แนวปะการัง การประชุมครั้งนี้มีการประกาศพันธสัญญาทางการเงินใหม่หลายฉบับ เพื่อเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์แนวปะการัง

◼มลพิษจากพลาสติก รัฐมนตรีและผู้แทนจากกว่า 95 ประเทศ ร่วมเรียกร้องให้มีการจัดทำสนธิสัญญาพลาสติกโลก (Global Plastic Treaty) หลังการเจรจาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาต้องหยุดชะงักไป
อีกข้อสังเกตที่น่าสนใจคือสหรัฐอเมริกาส่งเพียงผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ถอยห่างจากพหุภาคีและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในต้นปีที่ผ่านมา
อ่านต่อบนหน้าเว็บไซต์ที่: https://www.sdgmove.com/2025/06/20/unoc3-world-leaders-ocean-protection/
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
ทรัพยากรทางทะเล
– (14.1) ป้องกันและลดมลพิษทางทะเลทุกประเภทอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากกิจกรรมบนแผ่นดิน รวมถึงขยะทะเลและมลพิษจากธาตุอาหารปี 2568
– (14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ
– (14.7) ภายในปี 2573 เพิ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่รัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็กและประเทศพัฒนาน้อยที่สุดจากการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน รวมถึงการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนในเรื่องการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการท่องเที่ยว
– (14.a) เพิ่มความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขีดความสามารถในการวิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทะเล โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทะเลของคณะกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาล เพื่อจะพัฒนาคุณภาพมหาสมุทรและเพิ่มพูนให้ความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล
ระบบนิเวศบนบก
– (15.4) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขาและความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศเหล่านั้น เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถของระบบนิเวศ
– (15.5) ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.16) ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมเติมเต็มหุ้นส่วนความร่วมมือจากภาคส่วนที่หลากหลาย

Address


Alerts

Be the first to know and let us send you an email when The Islands' Guardian posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to The Islands' Guardian:

  • Want your business to be the top-listed Media Company?

Share

THE ISLANDS' GUARDIAN

ISG -The Islands Guardian - สำนักข่าวชาวเกาะ ข่าว สารคดี เรื่องราว และ ภาพถ่าย จากแผ่นดินกลางท้องทะเล

The Islands Guardian สำนักข่าวชาวเกาะ เป็นสื่อสร้างสรรค์เพื่อชาวเกาะ ที่มีพื้นฐานชีวิตความเป็นอยู่และการทำมาหากิน ประกอบธุรกิจในลักษณะภูมิประเทศเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ให้รู้เท่าทันการพัฒนาทั้งในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลก ISG -The Islands Guardian - สำนักข่าวชาวเกาะ ข่าว สารคดี เรื่องราว และ ภาพถ่าย จากแผ่นดินกลางท้องทะเล

ฺBRIEF INTRO: