GRID by PEA สาระนวัตกรรม

  • Home
  • GRID by PEA สาระนวัตกรรม

GRID by PEA สาระนวัตกรรม นิตยสาร GRID แหล่งรวมสารพันความรู้ด้า? GRID Magazine จัดเต็มครบทุกเรื่องราวนวัตกรรม พลังงาน และโลกดิจิทัล และสาระน่ารู้อีกมากมายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย

ทราบไหมว่า การเลือกใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Notebook) แทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ  (Desktop PC) สามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า...
20/02/2025

ทราบไหมว่า การเลือกใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Notebook) แทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop PC) สามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 91.11 %เลยทีเดียว
“คอมพิวเตอร์” ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันคอมพิวเตอร์ก็เป็นอุปกรณ์สำนักงานที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว หากเรามีการใช้ให้ถูกวิธีก็จะสามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนการทำงานของแต่ละออฟฟิศ รวมถึงค่าไฟที่บ้านได้เช่นกัน ข้อมูลข้างต้นเป็นการประเมินการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการเลือกใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แทนคอมพิวเตอร์ PC โดยเทียบกันเวลาการใช้งานเท่ากัน โน้ตบุ๊กช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า
ค่าพลังงานไฟฟ้า เมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง. จะต้องเสียค่าไฟโดยประมาณ 2 บาท/ชั่วโมง เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องใช้ทรัพยากรของอุปกรณ์สูง เช่น งานเขียนแบบ งานออกแบบ งานตัดต่อ งานกราฟฟิกทั้งหลาย งานประมวลผลต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนโน๊ตบุ๊ก ค่าพลังงานไฟฟ้าเมื่อใช้งานเป็นเวลา 1 ชั่วโมง . จะต้องเสียค่าไฟโดยประมาณ 0.4 บาท/ชั่วโมง เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องใช้ทรัพยากรของอุปกรณ์ปานกลางถึงสูง เช่น งานนำเสนอ รายงานอย่างง่าย การค้นคว้า การสืบค้นข้อมูล วิจัย งานบัญชี การเงิน เอกสารต่าง ๆ ทั้งโน๊ตบุ๊กยังประหยัดพื้นที่โต๊ะทำงาน ไม่มีเสียงรบกวนจากพัดลมระบายอากาศที่ติดตั้งในตัวเหมือนคอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแหล่งจ่ายไฟสำรองด้วย

นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่สามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ อาทิ
1. ไม่เปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้หากไม่ได้ใช้งาน
2. ปิดจอภาพเมื่อไม่ได้ใช้งานนานกว่า 15 นาที
3. ถอดปลั๊กออกทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน
4. ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ในบริเวณที่มีการระบายความร้อนได้ดี เพื่อไม่ให้เครื่องต้องทำงานหนักจนเกินไป
5. ควรตั้งระบบ Screen Saver เพื่อรักษาคุณภาพของหน้าจอ
6. เลือกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน โดยสังเกตจากสัญลักษณ์ Energy Star เพราะระบบนี้จะใช้กำลังไฟฟ้าลดลง 55% ในขณะที่รอทำงาน
7. ควรซื้อจอภาพที่ขนาดไม่ใหญ่เกินไป เช่น จอภาพขนาด 14 นิ้ว จะใช้พลังงานน้อยกว่าจอภาพ ขนาด 17 นิ้ว ถึง 25%

ที่มา
https://e-report.energy.go.th/EPPO_files/doc-38.pdf
https://kgsolar.com
https://www.saonongwang.go.th/fileupload/6786069381.pdf
https://erdi.cmu.ac.th/?p=2865
https://www.forbes.com

รู้หรือไม่ว่า “เสื้อผ้า” ก็มีแบบประหยัดไฟ และมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้เช่นกัน แถมเสื้อผ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเป็นส่วนหนึ่...
18/02/2025

รู้หรือไม่ว่า “เสื้อผ้า” ก็มีแบบประหยัดไฟ และมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้เช่นกัน แถมเสื้อผ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน เพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญด้วย
เชื่อว่าหลายคนคงพอรู้จักฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 กันบ้างแล้ว ซึ่งหมายถึงฉลากที่บอกระดับการใช้ไฟฟ้า และข้อมูลเบื้องต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละเครื่อง สำหรับเสื้อผ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 คือ เสื้อผ้าที่เรียบได้โดยไม่ต้องรีดหลังการซัก ยับยาก ทำให้ใช้เวลาในการรีดผ้าน้อยลง และช่วยให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น ได้แก่ เสื้อผ้าจากผ้าถักหรือผ้าทอ เสื้อผ้าและผ้าสำหรับตัดชุด ซึ่งเสื้อผ้าและผ้าสำหรับตัดชุดนักเรียน เสื้อผ้าและผ้าสำหรับตัดรีไซเคิล โดยเสื้อผ้าและผ้าสำหรับตัดชุด (ชุดทั่วไป) ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน CoolMode ร่วมด้วย
สำหรับคุณสมบัติของเสื้อผ้าเบอร์ 5 ได้แก่
#เนื้อผ้ายับยาก ไม่ต้องรีด ประหยัดเวลาและพลังงานที่ใช้ในการรีดผ้า
#เนื้อผ้ามีความคงรูปทรง คงทน ไม่เสียรูป
#ทนทานต่อแสงแดดและเหงื่อ ไม่หด ไม่ยืด ไม่ย้วย
#เนื้อผ้ามีสีสันสดใส สีไม่ตก ไม่ซีดจางง่าย ระบายความชื้นและความร้อนได้ดี ใส่แล้วเย็นสบาย
#เนื้อผ้ามีความปลอดภัยต่อสุขภาพ สีที่ใช้ย้อมผ้าปลอดภัยจากสารก่อมะเร็งและโลหะหนัก
ซึ่งมาตรฐาน CoolMode เป็นฉลากที่มอบให้กับเสื้อผ้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี ทำให้สวมใส่สบาย ไม่ร้อนอบอ้าว ส่งผลให้เสื้อผ้า CoolMode สามารถช่วยรองรับการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการมีส่วนช่วยลดการใช้กระแสไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้

ที่มา
https://rb.gy/n7sems
https://bitly.cx/jlDo
https://energy-thaichamber.org/coolmode/

ทราบไหมว่า  แสงสีฟ้ามีผลกระทบต่อสุขภาพตาและการนอนหลับอย่างมาก มาทำความรู้จักกับแสงสีฟ้า และวิธีการป้องกันแสงสีฟ้าเพื่อรั...
13/02/2025

ทราบไหมว่า แสงสีฟ้ามีผลกระทบต่อสุขภาพตาและการนอนหลับอย่างมาก มาทำความรู้จักกับแสงสีฟ้า และวิธีการป้องกันแสงสีฟ้าเพื่อรักษาสุขภาพตาให้ดีขึ้นดีกว่า
อย่างที่รู้กันยุคนี้เทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันเราแทบทุกเรื่อง แถมเรายังจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมาย ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์ดิจิทัลอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก ทำให้เราได้รับแสงสีฟ้ามากขึ้น โดยบางครั้งไม่รู้เลยว่าการได้รับมากเกินไปมีผลเสียต่อร่างกาย
ทั้งนี้ แสงสีฟ้า คือ แสงที่มีความยาวคลื่นระหว่าง 380-500 นาโนเมตร ถือว่าเป็นแสงที่มีพลังงานสูงในช่วงที่ตามองเห็นได้ โดยเฉพาะในช่วง 415-455 นาโนเมตรที่มีผลกระทบต่อดวงตามากที่สุด และเป็นส่วนหนึ่งของสเปกตรัมแสงที่ตามองเห็น มีความยาวคลื่นสั้นและพลังงานสูง สามารถพบได้ทั้งจากแหล่งกำเนิดธรรมชาติ เช่น แสงแดด และแหล่งกำเนิดเทคโนโลยี เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และหลอดไฟ LED นั่นเอง
เมื่อแสงสีฟ้ามีความยาวคลื่นสั้นและพลังงานสูง สามารถทะลุผ่านกระจกตาและเลนส์ตาเข้าสู่จอตาได้โดยตรง จึงเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพตา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อมและต้อกระจก แถมยังส่งผลกระทบต่อการนอนหลับโดยเฉพาะในช่วงเวลาค่ำคืน ส่งผลให้การผลิตเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับลดลง ทำให้เรานอนไม่หลับหรือนอนหลับไม่สนิท

คำแนะนำการดูแลสุขภาพตาในยุคดิจิทัล

เลี่ยงการใช้สมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอนอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง
ใช้โหมดกันแสงสีฟ้าบนอุปกรณ์ดิจิทัล
ใช้แว่นตากรองแสงสีฟ้าช่วยให้การมองเห็นสบายตาขึ้น
การจัดแสงในที่ทำงานและที่บ้าน โดยเน้นใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุด โดยการวางโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่าง และใช้หลอดไฟที่มีแสงสีขาวนวลหรือแสงสีธรรมชาติ
การพักสายตาและการใช้กฎ 20-20-20 พักสายตาทุก ๆ 20 นาที โดยการมองไปที่วัตถุในระยะไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพตา เช่น วิตามินเอ ซี และอี แอนติออกซิแดนต์ และโอเมกา 3 และ ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำกับจักษุแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าสุขภาพตาอยู่ในสภาพที่ดี

ที่มา
https://samitivejchinatown.com/th/article/eyes-lasik/what-is-blue-light
https://www.occuravision.com/post/effects-of-blue-light
https://tu.ac.th/thammasat-med-expert-talk-eyes-blue-light-hazard

ต้องยอมรับว่า การจัดไฟถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บ้านสวย น่าอยู่เพราะแสงสว่างจากหลอดไฟช่วยเพิ่มความสว่างและสร้...
11/02/2025

ต้องยอมรับว่า การจัดไฟถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บ้านสวย น่าอยู่
เพราะแสงสว่างจากหลอดไฟช่วยเพิ่มความสว่างและสร้างความน่ามองให้มุมนั้นๆ ได้ด้วย
ขณะที่หลายคนอาจยังมีข้อกังวลว่า ถ้าเลือกความสวยงามแล้ว พลังงานที่ต้องใช้ไปอาจทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นได้อีกด้วยหรือไม่ ดังนั้น เชื่อว่าการจัดไฟในบ้านให้สวยแถมประหยัดด้วยในเวลาเดียวกันเป็นสิ่งที่หลายบ้านอยากได้คำแนะนำ

1.รู้จักโทนของแสงไฟ
เริ่มจากมาทำความรู้จักคร่าว ๆ กันดีกว่าว่า โทนของแสงไฟนั้นมีแบบไหน สีใดบ้าง
White เป็นแสงสีนวล ไม่เหลืองจัด ไม่ส้มจัด เป็นแสงที่ให้ความสบายตา แต่จะไม่สว่างมาก นิยมใช้เป็นแสงสร้างบรรยากาศ (Mood Light) มากกว่า
เป็นแสงโทนเดียวกับความสว่างของช่วงกลางวัน คือ ออกโทนฟ้า จัดจ้า ทำให้มองเห็นชัดเจน เหมาะกับพื้นที่ทำงาน
White เป็นลูกผสมระหว่าง Warm White กับ Daylight ให้สีขาว แต่ไม่ขาวจัด เป็นตัวเลือกกลาง ๆ ที่ใช้ได้แทบทุกพื้นที่

2.เลือกโคมไฟแบบฝังฝ้า
แสงไฟที่ดูมีเลเยอร์ทำให้บ้านดูดีมีสไตล์ขึ้นได้ โดยไฟประเภทฝังลงในฝ้าเหมาะใช้สำหรับการนำสายตา เช่น ใช้ในการเน้นให้ภาพศิลปะติดผนังดูโดดเด่น ส่องสว่างตามทางเดิน ช่วยให้บรรยากาศบริเวณนั้นโรแมนติกขึ้นได้ แนะนำให้ใช้หลอดไฟ LED เพราะไฟประเภทนี้อาจจำเป็นต้องเปิดแช่ไว้ในระยะเวลานาน และสามารถประหยัดค่าไฟเมื่อต้องการเน้นความสว่างไปยังจุดใดจุดหนึ่ง

3.ไฟดิมเมอร์
ไฟดิมเมอร์หรือไฟที่สามารถปรับความสว่างได้ ใช้งานได้กับทุกห้อง ทุกสถานการณ์ เช่น ห้องกินข้าว สามารถปรับให้ดูสว่างเมื่อต้องการแสงมาก หรือปรับให้แสงสลัวในช่วงเวลาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง หรือการใช้งานในห้องนอนก็สะดวกในการลดระดับไฟ เพื่อเตรียมเข้าสู่โหมดการนอน หรือใช้ในห้องนั่งเล่นที่ช่วยผ่อนคลายสายตา ขณะดูทีวีช่วงกลางคืน

4.ไฟประหยัดพลังงาน
ไฟประหยัดพลังงานหรือไฟประเภท LED สามารถติดตั้งได้กับทุกมุมในบ้าน แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทนี้นอกจากจะไม่ทำให้เกิดอันตรายจากรังสีอินฟราเรด และไม่เป็นอันตรายกับเฟอร์นิเจอร์แล้ว หลอดไฟ LED ยังมีการปล่อยความร้อนออกมาน้อยมาก เครื่องปรับอากาศในบ้านจึงไม่ต้องทำงานหนัก ช่วยประหยัดค่าไฟได้มาก นอกจากนี้ หลอดไฟ LED เหมาะกับบ้านที่มีการเปิดปิดไฟบ่อยครั้ง โดยไม่มีปัญหาการชำรุดง่ายเมื่อใช้งานบ่อย

5. แสงไฟนอกบ้าน
แต่งไฟในบ้านให้สวยแล้ว ก็อย่าลืมสนใจบรรยากาศนอกบ้านด้วย พื้นที่ภายนอกมีปัจจัยเรื่องฝุ่น ควันและฝนมาเกี่ยวข้อง สิ่งที่ควรคำถึงถึงอันดับแรกคือการติดตั้งระบบไฟฟ้า จากนั้น ก็ต้องเลือกทั้งหลอดไฟและตัวโคมไฟที่เป็นแบบเฉพาะสำหรับใช้ภายนอก มีโคมไฟแบบที่กันน้ำ กันแมลง กันฝุ่น ให้เลือกค่อนข้างเยอะ เช่นเดียวกับประเภทของโทนสีของแสงไฟที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แสงสีขาวจ้าจนแสบตา แต่มีทั้งไฟสร้างบรรยากาศ ไฟส่องสว่างเฉพาะจุด ซึ่งอยู่ที่การเลือกใช้งานของเจ้าของบ้านเลย

#ข้อควรระวัง
1.ใช้งานหลอดไฟแบบไม่ถนอม เปิดปิด ๆ ทิ้งไว้ หรือใช้งานผิดประเภทก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ง่ายและเพิ่มค่าไฟขึ้นด้วย
2.การทิ้งหลอดไฟเก่ารวมกับขยะทั่วไปเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะถือเป็นขยะมีพิษ วิธีเลี่ยง ควรห่อด้วยกระดาษแล้วใส่กล่องที่เคยใส่ตอนซื้อมา จากนั้นก็ติดป้ายบอกเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน

ที่มา
https://bitly.cx/wOga
https://www.futurehomethailand.com/blog/home-lighting-for-a-good-atmosphere-th
https://thestandard.co/living-homedecor-light/

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้ง Microsoft Meta Google Amazon และ Apple  ขนขบวนจัดทัพปักหมุดรุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ล่...
06/02/2025

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้ง Microsoft Meta Google Amazon และ Apple ขนขบวนจัดทัพปักหมุดรุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
ล่าสุดรายงานจากสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ (SEIA) ระบุว่า องค์กรเหล่านี้กำลังลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะเชื่อถือได้และมีต้นทุนต่ำในการจ่ายพลังงานให้กับการดำเนินงานของบริษัท

อย่างที่รู้กัน Data Center คือ ระบบหลังบ้านที่คอยขับเคลื่อนการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผลบนคลาวด์ บริการสตรีมมิง และการเก็บข้อมูลออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับพลังงานที่ถูกใช้อย่างมหาศาล ซึ่งถ้าไม่มีการดำเนินการใด ๆ ตัวเลขการใช้พลังงานนี้อาจเพิ่มสูงขึ้นกว่า 10% ภายในปี 2030

การเติบโตนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในแหล่งที่มาของพลังงาน โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้มีส่วนรับผิดชอบในตลาดพลังงานหมุนเวียนขององค์กรทั่วโลกมากกว่าครึ่งหนึ่ง
นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุด้วยว่า Amazon คือผู้ซื้อพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยจำนวนโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 600 โครงการ ซึ่งได้มีการลงทุนในประเทศที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยมลพิษสูงทั้งจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และแอฟริกาใต้ รวมถึงรัฐหลุยเซียนาและมิสซิสซิปปีของสหรัฐอเมริกา
โครงการเหล่านี้นำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในชุมชนต่าง ๆ ทั่วโลกมากกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2014-2022 สนับสนุนการจ้างงานแบบเต็มเวลาได้มากกว่า 39,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม แม้หลายบริษัทจะความพยายามเรื่องการลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน แต่ก็ยังมีประเด็นของการใช้ทรัพยากรน้ำปริมาณมหาศาลในการป้องกันไม่ให้เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ร้อนจนเกินไป ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาและติดตามอีกเช่นกัน

ที่มา
https://www.renewableenergyworld.com/.../meta-amazon-and.../
https://www.spglobal.com/.../datacenter-companies…

นี่คือความก้าวหน้าสุดตื่นเต้นที่โลกไม่เคยมีมาก่อน อาจจะเรียกว่าเป็นการปฏิวัติวงการทางเทคโนโลยีพลังงานน้ำมันเลยก็ว่าได้ เ...
04/02/2025

นี่คือความก้าวหน้าสุดตื่นเต้นที่โลกไม่เคยมีมาก่อน อาจจะเรียกว่าเป็นการปฏิวัติวงการทางเทคโนโลยีพลังงานน้ำมันเลยก็ว่าได้
เมื่อบริษัทพลังงานหมุนเวียนจากสวิตเซอร์แลนด์อย่าง ‘Synhelion’ ประกาศเปิดตัวโรงงานผลิต "Solar Fuels" ที่ใช้น้ำมันที่มาจากดวงอาทิตย์ในการผลิตเชื้อเพลิงเหลว โดยไม่ต้องใช้น้ำมันดิบจากการขุดเจาะธรรมชาติสักหยดเดียว
สำหรับการสร้าง "น้ำมัน" จากแสงแดด น้ำ และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงนั้น โรงงานแห่งนี้ใช้เทคโนโลยี Concentrated Solar Power (CSP) ที่รวมพลังงานแสงแดดจากกระจกสะท้อนกว่า 10,000 แผ่น เพื่อสร้างความร้อนสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส ช่วยในการแยกโมเลกุลของน้ำและ CO₂ ให้กลายเป็นก๊าซสังเคราะห์
จากนั้นนำไปเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงเหลวที่สามารถใช้งานได้จริงกับเครื่องยนต์ หรือพูดง่าย ๆ คือการสร้างน้ำมันด้วยพลังงานจากแสงแดด แถมยังสามารถผลิตพลังงานได้ถึง 5 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
เชื้อเพลิงที่ผลิตได้จะนำไปใช้กับ e-Kerosene : น้ำมันเครื่องบิน e-Diesel และ e-Gasoline: ใช้ได้กับรถยนต์และเครื่องจักรดีเซลและเบนซินทั่วไป โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ โดยไม่นานมานี้ Synhelion ได้ร่วมมือกับ SWISS International Air Lines และเตรียมทดลองใช้น้ำมัน e-Kerosene กับเครื่องบินพาณิชย์ในปี 2025 นี่จะเป็นครั้งแรกในโลกที่เครื่องบินเดินทางด้วยน้ำมันที่ผลิตจากดวงอาทิตย์
เรียกได้ว่า ในอนาคตเราจะได้เห็นเครื่องยนต์ที่ไม่ทำร้ายโลก เป็นอีกทางเลือก แทนที่การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง Synhelion ชี้ว่า Solar Fuels สามารถทำให้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) เดิมยังคงใช้งานได้ ในขณะที่ลดมลพิษเมื่อเทียบกับรถยนต์ EV ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว แต่กระบวนการผลิตแบตเตอรี่ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ในหลายแง่มุมเช่นกัน นี่อาจเป็นคำตอบที่สร้างสมดุลระหว่าง “ความยั่งยืน” และ “ความสะดวก” ที่โลกต้องการ และอาจเปลี่ยน landscape ยานยนต์ในอนาคตไปเลยก็ได้

ที่มา
https://synhelion.com
https://www.youtube.com/watch?v=is9LXPC16TY

ธรรมดาได้ที่ไหน! สำหรับญี่ปุ่นแล้วจะทำอะไรทั้งทีต้องแปลกใหม่และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแวดวงนวัตกรรมด้วยนี่คือโครงการ...
28/01/2025

ธรรมดาได้ที่ไหน! สำหรับญี่ปุ่นแล้วจะทำอะไรทั้งทีต้องแปลกใหม่และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแวดวงนวัตกรรมด้วย
นี่คือโครงการดาวเทียมทำจากไม้ หรือ LignoStella Space Wood Project เป็นความร่วมมือของ Kyoto University Sumitomo Forestry และ JAXA (Japan Aerospace Exploration Agency) มีเป้าหมายเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของการใช้ไม้ในอวกาศ รวบรวมข้อมูลการใช้งานที่เป็นไปได้กับยานอวกาศในอนาคต
สำหรับคำว่า LignoSat (มาจากคำว่า "Lignum" แปลว่า ไม้ในภาษาละติน) ทําจากไม้ซีดาร์ญี่ปุ่น เป็นไม้น้ำหนักเบา แข็งแรง มีขนาดเท่ากับถ้วยกาแฟ ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น และการได้รับรังสี คาดว่าจะติดขึ้นไปปล่อยพร้อมกับจรวด Epsilon ของญี่ปุ่นจากสถานีอวกาศ Uchinoura โคจรรอบโลกที่ระดับความสูงประมาณ 350 กิโลเมตร
เรียกว่าออกแบบมาให้สามารถเผาไหม้อย่างสมบูรณ์เมื่อกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ โดยไม่ทิ้งเศษซากใด ๆ ซึ่งแตกต่างจากดาวเทียมอะลูมิเนียมทั่วไปที่สร้างเศษชิ้นส่วนที่เป็นอันตราย
ทว่า นี่คือโครงการที่เป็นการปูทางสําหรับการใช้ไม้ในการใช้งานอวกาศอื่น ๆ เช่น ดาวเทียมที่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เพราะไม้เป็นทรัพยากรหมุนเวียน เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าวัสดุยานอวกาศแบบดั้งเดิม
.
สำหรับข้อดีอื่น คือ ไม้ยังมีจุดเด่นเรื่องความประหยัด เป็นวัสดุหาได้ง่าย ราคาไม่แพง และถ้าหากประสบความสําเร็จ ดาวเทียมไม้สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การสื่อสาร หรือการสำรวจโลกได้อีกด้วย

ที่มา www.livescience.com/space/space-exploration/nasa-and-japan-to-launch-worlds-1st-wooden-satellite-as-soon-as-2024-why

www.smithsonianmag.com

https://newspaceeconomy.ca/2024/06/10/japans-pioneering-lignosat-the-worlds-first-wooden-satellite-set-to-revolutionize-space-exploration/

สิงคโปร์ทดลองใช้สีพิเศษทาตึก ช่วยลดอุณหภูมิ 2 องศา สะท้อนแสงได้ แถมยังประหยัดพลังงาน ลดการเปิดแอร์อีกด้วย ที่ผ่านมาจะเห็...
23/01/2025

สิงคโปร์ทดลองใช้สีพิเศษทาตึก ช่วยลดอุณหภูมิ 2 องศา สะท้อนแสงได้ แถมยังประหยัดพลังงาน ลดการเปิดแอร์อีกด้วย
ที่ผ่านมาจะเห็นว่า ดินแดนไลออนพยายามทำสารพัดวิธีเพื่อลดอุณหภูมิโดยไม่เพิ่มปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมืองสีเขียวจนได้รับฉายา ‘Garden City’ ซึ่งสามารถลดอุณหภูมิลงได้ 1-2 องศาเซลเซียส ตลอดจนการออกแบบอาคารรูปกลีบดอกบัวอย่างพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ศิลปะ ‘ArtScience’ ช่วยระบายอากาศได้ รวมถึงมีท่อน้ำใต้ดินไว้ระบายความร้อน ไปจนถึงการสร้างแบบจำลองข้อมูลเพื่อเอาไว้คาดการณ์ช่วยลดความร้อน
ทั้งนี้ สิงคโปร์คือหนึ่งในประเทศที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนตลอดทั้งปี และปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง แม้จะสร้างพื้นที่สีเขียวระบายความร้อน แต่เมืองก็ยังดูดความร้อนเยอะอยู่ ซึ่งช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ทำให้ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลงด้วย โดยคาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 3 ของปีนี้ในที่พักอาศัยเขต Bukit Batok และ Sin Ming
ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังพัฒนาสีสะท้อนแสงสูตรใหม่ที่ให้ผลดีกว่าสีที่ใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์ขึ้นมาอยู่ โดยใช้รงควัตถุแบเรียมซัลเฟต (Barium Sulphate) ซึ่งเมื่อนำมาผสมกับโพลิเมอร์เหลว (Polymer Binder) เป็นตัวประสานแล้วก็จะช่วยสะท้อนแสงและความร้อนได้ดีขึ้น
นวัตกรรมสีพิเศษนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการใหม่ที่จะช่วยลดความร้อนในตัวตึกหรืออาคารบ้านเรือนที่มักจะเก็บความร้อนไว้มาก เพราะมีทั้งคอนกรีตและเหล็ก นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดพลังงานจากการลดการใช้แอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เมืองมีความร้อนเพิ่มขึ้นด้วย เรียกว่าเป็นการลดอุณหภูมิเมืองในสองทางด้วยกันเลยทีเดียว

ที่มา
https://theindependent.sg
https://www.youtube.com/watch?v=l5I8WGxcXBE
https://www.arup.com/news/singapores-built-environment-traps-heat-in-surprising-places/

ถึงแม้ไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่ผู้คนก็นิยมอาบน้ำอุ่นกันอย่างแพร่หลาย และเมื่อพูดถึงสิ่งที่ช่วยให้น้ำเย็นกลับกลายเป็นน้ำอุ่น...
21/01/2025

ถึงแม้ไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่ผู้คนก็นิยมอาบน้ำอุ่นกันอย่างแพร่หลาย และเมื่อพูดถึงสิ่งที่ช่วยให้น้ำเย็นกลับกลายเป็นน้ำอุ่นทันใจได้ ก็คือ ‘เครื่องทำน้ำอุ่น’ หลายบ้านหลายครัวเรือนคุ้นชินกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้ นอกจากนั้นแล้วยังมีเครื่องทำน้ำร้อนด้วย ซึ่งจะมีอุปกรณ์เสริมมากกกว่า

#ประเภทของเครื่องทำน้ำร้อนมีแบบไหนบ้าง
เครื่องทำน้ำร้อนในท้องตลาดปัจจุบันมีให้เลือกสรรมากมายกว่าที่คิด แต่หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ที่แยกตามการใช้พลังงานของตัวเครื่อง ได้แก่

-เครื่องทำน้ำร้อนแบบใช้แก๊ส เครื่องทำน้ำร้อนประเภทนี้มักพบเจอได้บ่อยในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่มีระบบแก๊สใช้เป็นปกติในครัวเรือนหรืออาคารนั้น ๆ แต่ด้วยข้อจำกัดในการติดตั้งที่ต้องวางระบบที่ซับซ้อนและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ในประเทศไทยจึงพบได้น้อยมาก ๆ ส่วนใหญ่จะพบตามอุตสาหกรรมโรงแรมขนาดใหญ่ หรือตามโรงพยาบาลแทน

-เครื่องทำน้ำร้อนแบบใช้ไฟฟ้า ประเภทนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด มักมาในรูปแบบหม้อต้ม (ถังเก็บ) หรือแบบไหลผ่าน โดยที่ทั้งคู่จะทำงานผ่านขดลวดไฟฟ้าเพื่อปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำให้สูงขึ้น แบบหม้อต้มจะมีถังเก็บน้ำขนาด 10 ลิตรขึ้นไป กักเก็บน้ำร้อนไว้ได้นาน และหากน้ำร้อนถูกดึงไปใช้ น้ำเย็นล็อตใหม่ก็จะถูกดึงเข้ามาแทนที่และเข้ากระบวนการทำให้น้ำร้อนขึ้นผ่านขดลวด เมื่อน้ำร้อนถึงเกณฑ์ที่กำหนด การทำงานของขดลวดไฟฟ้าก็จะถูกตัดไปอัตโนมัติ และจะปลุกการทำงานใหม่อีกครั้งเมื่อน้ำเย็นล็อตใหม่เข้ามา วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ สำหรับแบบไหลผ่านจะมีหลักการที่เหมือนกันกับเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งแบบนี้จะมีหม้อน้ำขนาดเล็กและกะทัดรัดกว่าหม้อต้ม ขดลวดภายในจะทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิน้ำแบบเรียลไทม์ โดยไม่มีการกักเก็บน้ำ ไม่มีถังพัก

-เครื่องทำน้ำร้อนแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ : Solar Hot Water Heater จะเป็นการอาศัยประโยชน์โดยตรงจากความร้อนที่มาจากรังสีของดวงอาทิตย์ เพื่อเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำภายในถังเก็บให้ร้อนขึ้น โดยสามารถมีอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 60 องศาเซลเซียส และน้ำที่ร้อนแล้วจะถูกส่งตรงจากถังเก็บเพื่อใช้ตามครัวเรือนได้ทั้งหมด รูปแบบนี้กำลังเป็นที่สนใจของหลายครัวเรือน เนื่องจากลงทุนเพียงครั้งเดียว สามารถใช้งานได้นานถึง 10 ปี ช่วยประหยัดไฟและไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาไฟฟ้าหรือแก๊ส

#สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเครื่องทำน้ำร้อนมีอะไรบ้าง ?

-งานท่อ สามารถฝังผนังได้ หรือหากมีพื้นที่จำกัดก็สามารถเดินท่อบนเพดานแล้วแยกตามการใช้งานได้อีกต่อหนึ่ง ‘ท่อ’ ที่ใช้กับเครื่องทำน้ำร้อน ห้ามใช้ท่อพลาสติก (PVC) ทั่วไปโดยเด็ดขาด เนื่องจากอุณหภูมิน้ำที่สูงจัด ควรใช้ท่อที่และได้มาตรฐาน เช่น ท่อน้ำร้อน PP-R หรือท่อเหล็ก

-การเลือกใช้สายไฟ เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะสายไฟที่เดินปกติในเครื่องทำน้ำอุ่น จะไม่สามารถใช้ได้ในเครื่องทำน้ำร้อน ด้วยอัตราการใช้พลังงานที่มากกว่า ในเครื่องทำน้ำอุ่นจะใช้กำลังไฟเพียง 3,500 – 4,500 วัตต์ ในขณะที่เครื่องทำน้ำร้อนส่วนมาก จะมีอัตราการใช้กำลังไฟที่สูงตั้งแต่ 6,000 – 8,000 วัตต์

-ก๊อกน้ำ สำหรับเครื่องทำน้ำร้อนจะไม่ได้ใช้การควบคุมที่ตัวเครื่องเหมือนเครื่องทำน้ำอุ่น แต่จะควบคุมความอุ่นร้อนที่ตัวก๊อกน้ำแทน ทั้งอ่างล้างหน้า อ่างล้างมือ หรือฝักบัว ทั้งหมดที่ต่อกับเครื่องทำน้ำร้อน จะต้องมีก๊อกผสมสำหรับควบคุมอุณหภูมิน้ำอยู่เสมอ

ที่มา
https://abouthome69.wordpress.com

https://www.stiebel-eltron.co.th/th/home/products-solutions/articles/Tips-to-select-instantaneous-water-heater-for-your-home.html

https://www.bareo-isyss.com/

เชื่อว่านี่คือพฤติกรรมที่พบเห็นได้ในหลายประเทศ เมื่อผู้คนติดสมาร์ตโฟน ติดแม้กระทั่งตอนเดินถนนทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิด...
16/01/2025

เชื่อว่านี่คือพฤติกรรมที่พบเห็นได้ในหลายประเทศ เมื่อผู้คนติดสมาร์ตโฟน ติดแม้กระทั่งตอนเดินถนนทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
นี่จึงเป็นเหตุผลให้ฮ่องกงเริ่มทดสอบอุปกรณ์ใหม่ในการข้ามถนน โดยการฉายไฟสีแดงลงบนพื้นเมื่อเวลาที่สัญญาณห้ามข้ามถนนปรากฏขึ้น เพื่อให้คนที่ก้มเล่นโทรศัพท์สามารถรู้ได้ทันทีว่า ตอนไหนต้องหยุด
โดยข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมฮ่องกงระบุว่า ในภาพรวม จำนวนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตบนถนนลดลงมาตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตเพราะไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรกลับเพิ่มมากขึ้น จาก 4 เป็น 6 รายต่อประชากร 100,000 รายเมื่อปีที่แล้ว และเฉพาะช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว 4 ราย
ทางสำนักข่าว NBC News ได้สำรวจในย่าน Causeway Bay ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่นี้ พบว่า มีคน 50 จาก 100 ที่กำลังเล่นมือถือขณะข้ามถนนและสังเกตเห็นสัญญาณเตือนสีแดงนี้ ซึ่งทางการฮ่องกงได้ติดตั้งอุปกรณ์ใหม่นี้ไปแล้วทั้งหมด 7 จุด และจะทดสอบเป็นเวลา 6 เดือน หากได้ผลดีก็จะขยายไปยังจุดอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเพื่อทำให้ท้องถนนปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น เพราะในประเทศอื่น อาทิ สกอตแลนด์มีการติดป้ายเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เล่นโทรศัพท์ระหว่างข้ามถนน ในเยอรมนีและเกาหลีใต้ใช้วิธีคล้ายกันกับฮ่องกง ขณะที่ในเมืองโฮโนลูลู ในรัฐฮาวาย มีกฎหมายห้ามเล่นโทรศัพท์ระหว่างเดินข้ามทางม้าลาย

ที่มา
https://www.ubergizmo.com
https://futurism.com/the-byte/hong-kong-street-lights-phones

ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้บ้านเราเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ยุคสมัยนี้มีอุปกรณ์เสริมเทคโนโลยี หรือ Smart Device กับนวัต...
14/01/2025

ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้บ้านเราเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ยุคสมัยนี้มีอุปกรณ์เสริมเทคโนโลยี หรือ Smart Device กับนวัตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยี ได้รับการพัฒนาให้เข้าถึงและใช้งานได้ง่ายกับทุกช่วงวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ
ทุกวันนี้มีนวัตกรรมตัวช่วยมากมาย มีส่วนช่วยเหลือการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้มีคุณภาพมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถยกระดับความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นด้วย ไปดูว่าจะมีอุปกรณ์แบบไหนบ้าง ?

1. กลอนประตูดิจิทัล (Digital Door Lock)
เป็นนวัตกรรมล้ำสมัย ที่ออกแบบมาเพื่อให้การล็อกประตู เปิด-ปิดนั้นง่ายดายและปลอดภัยที่สุด ไม่ต้องพกกุญแจอีกต่อไป มักมาพร้อมระบบใส่รหัสผ่านรูปแบบต่างๆ มีรูปแบบและฟังก์ชันแยกที่แตกต่างกันไปตามระบบที่รองรับ เช่น กลอนล็อกแบบ 2 ระบบ : เป็นแบบพื้นฐานที่ถึงแม้จะมีระบบรองรับน้อยเพียง 2 ระบบ ซึ่งรูปแบบนี้มักรองรับการล็อกแบบใส่รหัสผ่านและคีย์การ์ดกลอนล็อกแบบ 3 ระบบ มีการสแกนลายนิ้วมือ การใส่รหัสผ่าน และแตะคีย์การ์ด

2. ก๊อกน้ำอัตโนมัติ (Smart Faucet)
เรียกอีกอย่างได้ว่า ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ มักมาพร้อมกับระบบเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อการใช้งานได้ หมายความว่า จะเปิด-ปิดไม่ต้องเอื้อมมือไปปัดก้านหรือหมุนหัวก๊อกให้ยุ่งยาก แค่ยื่นมือออกไปก็ใช้งานได้แล้ว แถมช่วยประหยัดค่าน้ำได้ด้วย

3. โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ (Smart Toilet)
เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การใช้ห้องน้ำของคนสูงวัยทั้งสะดวกสบายและปลอดภัยมากที่สุด ส่วนใหญ่มักมีระบบป้องกันไฟฟ้ารั่วอย่างมีมาตรฐาน ตัววัสดุทนทานแข็งแรง มีนวัตกรรมประหยัดน้ำและขจัดกลิ่น มีแนวคิด Eco-Friendly

4. ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Lighting System)
ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะที่ควรติดตั้ง อาทิ หลอดไฟอัตโนมัติ เป็นรูปแบบที่นิยมมาก เพราะติดตั้งง่ายและเอามาเสริมระบบไฟเก่าที่มีได้อีกด้วย หลอดไฟอัตโนมัตินี้ สามารถสั่งการผ่านสมาร์ตโฟนได้ หรือควบคุมได้ง่าย ๆ ผ่านรีโมตคอนโทรล ไฟทางเดินระบบเซ็นเซอร์ เป็นไอเท็มที่น่าสนใจ ควบคุมผ่านระบบเซ็นเซอร์ส่องสว่างลงบนพื้นอัตโนมัติเป็นทางทอดยาว โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟดวงหลักด้วย

5.ปลั๊กไฟอัตโนมัติ
ปลั๊กไฟอัจฉริยะก็เป็นอีกตัวเลือกที่จะมาช่วยให้ระบบไฟฟ้าเดิมๆ ในบ้านกลายเป็นสมาร์ตโฮมได้ เพราะปลั๊กไฟอัจฉริยะนี้ เมื่อนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าใด ก็จะทำให้สามารถควบคุมและสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นผ่านแอปพลิเคชัน หรือรีโมตคอนโทรลได้

ที่มา
https://modernformhealthcare.co.th/
https://www.hafelehome.co.th/

ทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า ‘สายไฟ’ ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นกับระบบการกระจายไฟฟ้าทั้งต้นทุนและการจัดการ การแก้ปัญหาความไม่เป็น...
09/01/2025

ทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า ‘สายไฟ’ ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นกับระบบการกระจายไฟฟ้าทั้งต้นทุนและการจัดการ การแก้ปัญหาความไม่เป็นระเบียบส่วนมากจึงเป็นการนำลงใต้ดิน แต่อนาคตอันใกล้ หนึ่งในทางออกอาจจะเป็นการที่ไม่ต้องมีสายไฟอีกต่อไปกับการพัฒนาพลังงานไร้สาย
เรียกได้ว่ากลายเป็นภาพจำและซิกเนเจอร์ไปแล้ว สำหรับภาพความยุ่งเหยิงของ ‘สายเคเบิล-สายไฟ’ ระโยงระยาง จากสายตาชาวโลกที่มาเยือนบ้านเรา
.
ล่าสุด Emrod สตาร์ตอัปเรื่องการส่งพลังงานไร้สายระยะไกล ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2562 ได้รับเงินลงทุนจาก Powerco บริษัทสาธารณูปโภคในนิวซีแลนด์ มีการพัฒนาระบบพลังงานไร้สายเพื่อหาค้นหาวิธีส่งพลังงานรูปแบบใหม่ ใช้กระบวนการเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าเป็นคลื่นไมโครเวฟ
ซึ่งที่ผ่านมามีการทดลองส่งคลื่นพลังงานไฟฟ้ากำลัง 550 วัตต์ ทั่วทั้งโกดังของบริษัทแอร์บัสในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ระยะทาง 36 เมตร แต่จากการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการมีเพียง 36% เท่านั้น เกิดจากคอขวดของการเปลี่ยนพลังงานจากกระแสตรงเป็นคลื่นไมโครเวฟและเปลี่ยนกลับอีกครั้ง ซึ่งทางทีมพัฒนาตั้งเป้าผลลัพธ์ 60% ในปีหน้า และเป้าหมายระยะยาวเป็น 85% ในอนาคต
ต่อมาไม่นานการใช้พลังงานแสงอาทิตย์บนอวกาศกลายเป็นเรื่องสำคัญในการหาแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต ทำให้ ‘European Space Agency’ และ Airbus สนใจพลังงานแบบไร้สายในการถ่ายโอนพลังงานให้กับยานและอุปกรณ์อวกาศ แทนที่จะเป็นการบรรทุกถังเชื้อเพลิงขึ้นไปเติม แต่ยานและอุปกรณ์จะสามารถรับพลังงานจากพื้นโลกได้ในทันที
อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ยังอยู่ในขั้นวิจัย มีข้อจำกัดในเรื่องการเดินทางของคลื่นผ่านระดับชั้นบรรยากาศที่อาจจะทำให้เบาบางลง แม้พลังงานไร้สายยังมีข้อจำกัด แต่ก็เป็นแนวโน้มใหม่ในการเข้าถึงพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น กับพื้นที่ห่างไกลและมีอุปสรรคต่อการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องความสะดวกในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ โดยมีการทดลองกับตู้แช่เย็น ซึ่งอาจจะมีการใช้งานในมหกรรม Oktoberfest ในอนาคต รวมถึงการบินสำรวจของโดรนในระยะเสาส่งพลังงาน ซึ่งน่าตื่นเต้นต่อวงการธุรกิจและคุณภาพชีวิตในอนาคตด้วย

ที่มา
https://emrod.energy/
https://techcrunch.com/2022

สิงคโปร์เป็นประเทศชั้นแนวหน้าในภาคอุตสาหกรรมพลังงานและเคมีระดับโลก ข้อมูลจาก The Business Times ระบุว่า สิงคโปร์เป็น 1 ใ...
08/01/2025

สิงคโปร์เป็นประเทศชั้นแนวหน้าในภาคอุตสาหกรรมพลังงานและเคมีระดับโลก ข้อมูลจาก The Business Times ระบุว่า สิงคโปร์เป็น 1 ใน 5 ศูนย์กลางด้านการกลั่นน้ำมันเพื่อส่งออกของโลกและส่งออกเคมีภัณฑ์สูงสุดเป็นอันดับ 8 ของโลก
อย่างที่รู้กัน สิงคโปร์ได้วางนโยบาย Singapore Green Plan สำหรับแผนลดการพึ่งพาพลังงานจากก๊าซธรรมชาติ และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสีเขียวในอนาคตไว้ ตามไปดูกันว่า เขามีแผนเตรียมการอย่างไรกันบ้าง?

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

สิงคโปร์วางนโยบาย Singapore Green Plan สำหรับแผนลดการพึ่งพาพลังงานจากก๊าซธรรมชาติ เพิ่มสัดส่วนพลังงานสีเขียวในอนาคต

เมื่อมีงานวิจัยที่พบว่า มีวิธีคลายเครียดและสร้างความสงบสุขภายในจิตใจได้ วิธีการที่ว่าคือการฝึกหายใจด้วยการฮัมเสียงในลำคอ...
07/01/2025

เมื่อมีงานวิจัยที่พบว่า มีวิธีคลายเครียดและสร้างความสงบสุขภายในจิตใจได้ วิธีการที่ว่าคือการฝึกหายใจด้วยการฮัมเสียงในลำคอ
ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ผู้คนต่างเผชิญกับภาวะแวดล้อมหลายอย่างจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเครียดโดยง่าย จากการศึกษาพบว่า ความเครียดถือเป็นปัจจัยก่อโรคที่สำคัญหลายโรคและยังทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคปอด ฯลฯ
แน่นอนว่า ไม่ใช่ความเครียดเท่านั้นที่ก่อให้เกิดโรค แต่รวมถึงการมีไลฟ์สไตล์ประจำวันที่ไม่สมดุล เช่น การนอนไม่ดี นอนน้อยเกินไป ไม่ค่อยได้พักผ่อนหรือออกกำลังกาย กินอาหารไม่ดี เหล่านี้ล้วนเกี่ยวพันกันทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้
ทั้งนี้ ผลจากการวัดระดับความเครียดและอัตราการผันแปรการเต้นของหัวใจ พบว่า กิจกรรมที่เป็นการฮัมเสียงในลำคอแบบผึ้งนั้น ช่วยลดความเครียดได้มากกว่า 3 กิจกรรมที่เหลือ ซึ่งก็คือการนอน การออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวทางร่างกาย และการอยู่ในภาวะที่ตึงเครียดก็ไม่ได้ทำให้เคยชินหรือความเครียดลดลง
ประโยชน์จากการฝึกหายใจฮัมเสียงในลำคอดังกล่าว ช่วยลดความเครียด ทำให้หัวใจเต้นช้าลง เกิดความสงบภายในจิตใจมากขึ้น แล้วยังทำให้โฟกัสได้มากขึ้น และมีความคิดแหลมคมมากขึ้นด้วย

รู้จักฝึกหายใจและฮัมเสียงในลำคอที่มีเสียงเหมือนผึ้ง มีวิธีการทำง่ายๆ ดังนี้

1. ถ้านั่งพื้น ให้นั่งท่าเดียวกับการนั่งสมาธิ แต่ถ้านั่งบนเก้าอี้ก็ทำได้ ให้ปล่อยขาลงมา ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ ปล่อยมือวางข้างลำตัวหรือจะใช้มือทั้งสองข้างกดที่ขมับหรือหว่างคิ้วก็ได้
2. ให้หายใจเข้าให้เต็มที่ช้าๆ และค่อย ๆ หายใจออก ขณะที่หายใจออกให้ทำเสียงฮัมในลำคอเหมือนเสียงผึ้ง ยาวนานที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้เสียงหมดแล้วก็ค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกจนหมด แล้วค่อย ๆ หายใจเข้าและออก ทำเช่นนี้ไปชั่วระยะหนึ่งก็จะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

ที่มา
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10182780/
https://www.psychologytoday.com

#การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #การดูแลสุขภาพกายใจ #สุขภาพจิต #ผ่อนคลายความเครียด

ล้ำไปอีกชั้นกับเสื้อผ้าอัจฉริยะและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืนกับวัสดุชนิดใหม่ ชาร์จไฟและย่อยสลายได้อีกความก้าวหน้าใน...
02/01/2025

ล้ำไปอีกชั้นกับเสื้อผ้าอัจฉริยะและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืนกับวัสดุชนิดใหม่ ชาร์จไฟและย่อยสลายได้
อีกความก้าวหน้าในการพัฒนาเสื้อผ้าอัจฉริยะบวกกับฟังก์ชันดิจิทัลเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย โดยที่ยังคงความยืดหยุ่นและสวมใส่สบาย
วัสดุชนิดนี้พัฒนาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Northwestern Engineering ในรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา กับการคิดค้นวัสดุชนิดใหม่ที่มีความอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่นได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญสามารถชาร์จไฟและกักเก็บพลังงานได้เหมือนกับแบตเตอรี่ แถมยังสามารถบันทึกข้อมูลดิจิทัลได้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายด้วย

สำหรับประโยชน์ใช้งาน อาจนำไปใช้สร้างอุปกรณ์ได้หลากหลายทั้งในวงการทั้งเทคโนโลยี พลังงานและการแพทย์ในอนาคต เช่น เสื้อผ้าสำหรับฟิตเนส ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือวิเคราะห์เคลอรีที่เผาผลาญหรือ เสื้อผ้าสุขภาพแจ้งเตือนเกี่ยวกับอาการสภาวะสุขภาพ ช่วยเสริมการดูแลสุขภาพประจำวัน
ทั้งนี้ วัสดุอ่อนนุ่มชนิดใหม่นี้เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่าง “เปปไทด์แอมฟิไฟล์” (Peptide Amphiphiles) เป็นชั้นของโมเลกุลเปปไทด์ที่สามารถประกอบตัวเองเป็นเส้นใยได้เมื่ออยู่ในน้ำ รวมกับส่วนเล็กๆ ของพลาสติกที่มีชื่อว่า “โพลีไวนิลิดีนฟลูออไรด์” (Polyvinylidene Fluoride) ซึ่งมีคุณสมบัติในการสร้างสัญญาณไฟฟ้าได้เมื่อถูกกดหรือบีบ มีความเป็นขั้วอยู่ภายในตัวเอง เปลี่ยนแปลงทิศทางของขั้วได้เมื่อมีแรงดันไฟฟ้าจากภายนอกมากระตุ้น รวมถึงวัสดุที่มีคุณสมบัติแบบนี้มักถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการบันทึกข้อมูลดิจิทัล หรือทำเป็นเซ็นเซอร์ก็ได้ด้วย
ท้ายสุด ทีมนักวิจัยเชื่อว่า เทคโนโลยีนี้อาจจะช่วยจุดประกายไอเดียสู่เสื้อผ้าอัจฉริยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อการรักษ์โลกได้ด้วยในอนาคต

ที่มา
https://bitly.cx/jmkSh
https://www.thaitextile.org/th/insign/detail.2367.1.0.html
https://bitly.cx/NGvWE

หลายคนเชื่อว่า คลื่นไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากเสาไฟฟ้าแรงสูงหรือเสาไฟฟ้าทั่วไปส่งผลต่อสมอง ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ จนเกิดเป็นข้...
31/12/2024

หลายคนเชื่อว่า คลื่นไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากเสาไฟฟ้าแรงสูงหรือเสาไฟฟ้าทั่วไปส่งผลต่อสมอง ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ จนเกิดเป็นข้อสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว การอยู่ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือเปล่า?

เพราะมีข้อถกเถียงมากมายในต่างประเทศว่า อันตรายกับสุขภาพร้ายแรงไปถึงเด็กที่ป่วยเป็นลูคิเมีย แต่ข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร เราจะพาไปหาคำตอบ…

เบื้องต้นก็ยอมรับว่า การอยู่ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงถือว่าเสี่ยงและอันตรายต่อชีวิตผู้คนได้ ในกรณีที่ไม่เว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม เสาไฟฟ้าแรงสูงที่มีแรงดันไฟฟ้าอย่างน้อย 12,000 โวลต์ จะส่งแรงดันไฟฟ้ากระโดดข้ามอากาศไปสัมผัสร่างกายเราได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ควรรักษาระยะห่างของคนและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด รวมทั้งมักตั้งเสาไฟฟ้าประเภทนี้ไว้ในที่โล่งกว้าง ห่างไกลจากชุมชนนั่นเอง
นอกจากนี้ จากข้อมูลผลกระทบทางด้านสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กจากเสาและสายส่งไฟฟ้า จึงเกิดคำถามว่า สถานีวิทยุโทรคมนาคม หรือเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปนั้นน่ากลัวหรือไม่ สัญญาณระบบสื่อสารและโทรคมนาคมจัดอยู่ในประเภทสนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุ ซึ่งเป็นช่วงคลื่นความถี่สูง 3 kHz – 300 GHz โดยสถานีวิทยุโทรคมนาคมมักจะติดตั้งอยู่บนหอคอยหรือยอดหลังคาสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีหน่วยงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควบคุมและกำกับดูแลมีความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน

สำหรับผู้ที่มีความอ่อนไหว เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจภายในร่างกาย รวมถึงผู้ที่มีอาการไวเกินระดับปกติเชิงแม่เหล็กไฟฟ้า อาจจะต้องระมัดระวังมากขึ้น แต่โดยภาพรวมแล้วผลกระทบอาจจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ใกล้ตัวตลอด 24 ชั่วโมง

#แล้วระยะห่างเสาไฟฟ้าแรงสูงกับสิ่งปลูกสร้างควรห่างเท่าไหร่?

เสาไฟฟ้าแรงสูงสร้างขึ้นไว้เพื่อรองรับการตั้งค้ำสายไฟที่ส่งแรงดันไฟฟ้ามหาศาล การเดินสายไฟและตั้งสายไฟจึงต้องคำนวณระยะห่างเพื่อความปลอดภัย ผู้ที่วางแผนก่อสร้างที่อยู่อาศัยภายในบริเวณพื้นที่ที่ใกล้กับเสาไฟฟ้าแรงสูง จึงควรรู้ระยะห่างเสาไฟฟ้าแรงสูงกับสิ่งปลูกสร้างว่าควรห่างเท่าไหร่ เพื่อจะได้ไม่ละเมิดกฎหมายและความปลอดภัยในสวัสดิภาพชีวิตผู้คน

หากอ้างอิงตามมาตรฐาน ระยะห่างของเสาไฟฟ้าแรงสูงกับสิ่งปลูกสร้างควรมีระยะห่างกัน ดังนี้

- เสาไฟฟ้าแรงสูงแรงดันไฟฟ้า 12,000-24,000 โวลต์ ควรห่างบ้าน/อาคาร/ระเบียง 1.80 เมตร
- เสาไฟฟ้าแรงสูงที่มีแรงดันไฟฟ้า 69,000 โวลต์ ควรห่างจากบ้าน/อาคาร/ระเบียง 2.13 เมตร
- เสาไฟฟ้าแรงสูงที่มีแรงดันไฟฟ้า 115,000 โวลต์ ควรห่างจากบ้าน/อาคาร/ระเบียง 2.30 เมตร

ทั้งนี้ หากสิ่งปลูกสร้างมีการต่อเติมเพิ่มก็อาจต้องเพิ่มระยะห่างมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย ส่วนคนที่จำเป็นต้องออกไปทำงานหรือทำกิจกรรมในพื้นที่เหล่านี้ ก็ควรรักษาระยะห่างจากเสาไฟฟ้าแรงสูงเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรกล ควรรักษาระยะห่างจากเสาไฟฟ้าแรงสูงไม่น้อยกว่า 3.05-3.90 เมตร

นอกจากนี้ หากอิงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า ได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับการสร้างสิ่งปลูกสร้างหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูง ไว้ว่า

-ห้ามทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายกับระบบไฟฟ้าเข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงอย่างน้อย 4.00 เมตร
- ห้ามเผาซากต่าง ๆ ในแนวเขตเดินสายไฟฟ้า
- ห้ามปลูกสร้างอาคาร ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นภายในเขตเดินสายไฟฟ้า
- ห้ามปลูกต้นไม้หรือพืชผลภายในระยะห่างจากแนวขาเสา 4 เมตร
-ห้ามปรับเปลี่ยนสภาพพื้นดินในพื้นที่เขตเดินสายไฟฟ้าก่อนได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

อย่างไรก็ตาม การเลือกบ้านที่ดีต้องมาควบคู่กับสภาพแวดล้อมรอบบ้านที่ดีด้วย ทั้งในเรื่องของความสวยงาม ความปลอดภัย ความถูกต้องตามกฎหมาย และความเชื่อส่วนบุคคล ผู้ที่ต้องซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินที่อยู่ในอาณาบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ที่มีเสาไฟฟ้าแรงสูงจึงควรศึกษาข้อควรรู้และรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างให้ละเอียดถี่ถ้วน

ที่มา
https://safesavethai.com/
https://www.baanlaesuan.com/

Address


Alerts

Be the first to know and let us send you an email when GRID by PEA สาระนวัตกรรม posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to GRID by PEA สาระนวัตกรรม:

Videos

Shortcuts

  • Address
  • Alerts
  • Contact The Business
  • Videos
  • Claim ownership or report listing
  • Want your business to be the top-listed Media Company?

Share

Our Story

เพื่อให้สมกับการก้าวสู่ความเป็นองค์กรด้าน Digital Utility การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ได้ดำเนินการปรับปรุงรูปแบบนิตยสาร ให้มีความทันสมัยมากขึ้น จนมาสู่ “GRID by สายใจไฟฟ้า” นิตยสารเพื่อสร้างสรรค์สาระด้านนวัตกรรม ความรู้ด้านไฟฟ้า เทคโนโลยีดิจิทัล ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในยุคใหม่ นอกจากจะมีรูปแบบเป็นนิตยสารสีสันสวยงามแล้ว ยังสามารถเกาะติดความเคลื่อนไหวและสนุกไปกับหลากหลายสารพันความรู้ล้ำๆ ได้ที่ www.gridmag.co ได้อีกช่องทางหนึ่ง